0

ฟันสุนัขมีกลิ่นปาก หินปูน ฟันโยก อันตรายกว่าที่คิด! พร้อมวิธีดูแลที่ถูกต้อง

2025-11-07 22:47:00

จากกลิ่นปากเบา ๆ สู่โรคฟันที่อันตรายกว่าที่คิด

“ตอนแรกน้องหมาแค่กลิ่นปากแรงขึ้นนิดหน่อย... แต่ไม่นานเริ่มเห็นน้ำลายเหนียว เหงือกแดง และฟันโยก”
หลายเจ้าของมักคิดว่า “เป็นเรื่องธรรมดา” จนกระทั่งหมาเริ่มไม่กินอาหาร หรือร้องตอนเคี้ยว —
ซึ่งความจริงแล้วนี่อาจเป็นสัญญาณของ โรคฟันในสุนัข (Periodontal Disease) ที่ร้ายแรงและพบบ่อยที่สุดในสัตว์เลี้ยง


โรคฟันในสุนัขคืออะไร

โรคฟันในสุนัข (Dental Disease หรือ Periodontal Disease) คือภาวะอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อรอบฟัน
เริ่มจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์ (Plaque) บนฟัน ซึ่งจะค่อย ๆ แข็งตัวกลายเป็นหินปูน (Calculus)
เมื่อหินปูนสะสมมากขึ้น จะทำให้เหงือกร่น แบคทีเรียแทรกลงไปใต้เหงือก เกิดการอักเสบเรื้อรัง
และทำลายกระดูกเบ้าฟันจนฟันโยกหรือหลุดได้

งานวิจัยพบว่า สุนัขกว่า 80–85% อายุเกิน 3 ปีมีโรคปริทันต์ในระดับใดระดับหนึ่ง โดยเฉพาะพันธุ์เล็ก เช่น ปอม ชิสุ พุดเดิ้ล ที่มีช่องปากแคบและคราบสะสมง่าย (Harvey, 2015)


สาเหตุของโรคฟันในสุนัข

  1. คราบอาหารและแบคทีเรียสะสม:
    หลังมื้ออาหารเพียง 24 ชั่วโมง คราบจุลินทรีย์เริ่มเกาะฟันและกลายเป็นหินปูนได้ (VOHC, 2021)
    ยิ่งไม่แปรงฟัน แบคทีเรียยิ่งเพิ่มจำนวน จนก่อให้เกิดการอักเสบในช่องปาก

  2. เหงือกอักเสบเรื้อรัง (Gingivitis):
    แบคทีเรียที่สะสมใต้เหงือกจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองจนเนื้อเยื่อรอบฟันถูกทำลาย
    เมื่อไม่รักษา จะลุกลามสู่ “โรคปริทันต์ (Periodontitis)” ซึ่งกระดูกเบ้าฟันเริ่มสึก

  3. อาหารและพฤติกรรมการกิน:
    สุนัขที่กินอาหารเปียกหรือขนมเหนียวบ่อย จะมีเศษอาหารติดซอกฟันมากกว่าสุนัขที่กินอาหารเม็ด
    และถ้าไม่ได้แปรงฟันเลย คราบเหล่านี้จะเป็นต้นเหตุของการเกิดหินปูนในเวลาไม่กี่สัปดาห์

  4. พันธุกรรมและอายุ:
    พันธุ์เล็กและสุนัขสูงอายุจะมีโอกาสเกิดโรคฟันมากกว่าพันธุ์ใหญ่ เพราะฟันแน่นและช่องปากแคบ

  5. ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ:
    เช่น เบาหวาน หรือโรคภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ทำให้เชื้อแบคทีเรียในช่องปากเติบโตง่ายขึ้น 


การละเลยช่องปากไม่เพียงส่งผลต่อฟัน แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในอวัยวะภายใน เช่น หัวใจและไต (Gawor et al., 2018)


อันตรายจากการปล่อยไว้ไม่รักษา

โรคฟันในสุนัขไม่ได้จบแค่กลิ่นปาก แต่สามารถลุกลามสู่ “หัวใจ ไต และตับ” ได้จริง ([Harvey, 2015; Gawor et al., 2018])

  • เหงือกอักเสบและปวดเรื้อรัง: ทำให้สุนัขไม่อยากกินอาหาร เคี้ยวยาก

  • ฟันโยก ฟันหลุด: กระดูกเบ้าฟันถูกทำลาย ไม่สามารถยึดฟันได้

  • ติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia): แบคทีเรียจากเหงือกเข้าสู่กระแสเลือด และไปถึงหัวใจ (เยื่อบุหัวใจอักเสบ), ไต, และตับ

  • สูญเสียคุณภาพชีวิต: ปากเจ็บ เคี้ยวยาก มีกลิ่นปากแรง กินอาหารลดลง น้ำหนักลด

  • เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน: ในกรณีรุนแรง โรคปริทันต์อาจเร่งให้เกิดโรคหัวใจหรือไตเรื้อรังในสุนัขสูงอายุ


การรักษา: ต้องขูดหินปูนไหม?

การขูดหินปูนคือการรักษามาตรฐาน แต่ต้องทำโดยสัตวแพทย์และ “จำเป็นต้องวางยาสลบ” เพื่อความปลอดภัย

  1. ขั้นตอน:

    • สัตวแพทย์จะตรวจช่องปากและอาจเอกซเรย์ดูระดับกระดูกเบ้าฟัน

    • ขูดทำความสะอาดทั้งบนและใต้เหงือก (subgingival cleaning)

    • หากฟันโยกมาก จะถอนออกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  2. ความเสี่ยง:

    • สุนัขที่มีโรคหัวใจหรือไตต้องตรวจเลือดก่อนวางยาสลบ

    • ฟันที่สูญเสียกระดูกยึดอาจ “หลุดระหว่างขูด” ซึ่งเป็นเรื่องปกติในเคสที่เป็นมาก

  3. หลังการรักษา:

    • ต้องแปรงฟันเป็นประจำเพื่อไม่ให้หินปูนกลับมา

    • ใช้อาหารหรือขนมสูตร Dental ที่ช่วยยับยั้งการสะสมของคราบแบคทีเรีย

Niemiec (2008) ระบุว่า หากไม่ดูแลต่อหลังขูดหินปูน หินปูนจะกลับมาใหม่ภายใน 2–4 สัปดาห์


สิ่งที่เจ้าของทำได้เพื่อป้องกันโรคฟัน

  1. แปรงฟันสุนัขทุกวัน:
    ใช้แปรงขนนุ่มและยาสีฟันเฉพาะสัตว์เลี้ยง (ห้ามใช้ของคน เพราะมีฟลูออไรด์)

  2. ตรวจสุขภาพช่องปากสม่ำเสมอ:
    ทุก 6–12 เดือน เพื่อประเมินหินปูน เหงือกอักเสบ และฟันโยก

  3. ใช้อาหารสูตร Dental:

    • เช่น Canagan Dental for Dogs ที่มีสาหร่าย Ascophyllum nodosum
      ช่วยลดการเกาะของคราบพลัคและกลิ่นปากจากภายใน ได้การรับรองจาก eterinary Oral Health Council, VOHC (2021)

    • การได้รับสารนี้อย่างต่อเนื่องช่วยให้คราบฟันหลุดออกได้ง่ายขึ้นขณะเคี้ยว

  4. เลือกขนมขัดฟันที่ปลอดภัย:
    ไม่ควรให้ของแข็งเกินไป เช่น กระดูกพลาสติก หรือกระดูกจริงที่อาจทำให้ฟันแตก

  5. สังเกตอาการผิดปกติ:
    กลิ่นปากแรง เหงือกแดง น้ำลายเหนียว หรือไม่ยอมกินอาหาร ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที


สุขภาพฟันดี เริ่มจากการดูแลทุกวัน

โรคฟันในสุนัขไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลต่อทั้งช่องปากและอวัยวะภายใน
แต่ข่าวดีคือ “สามารถป้องกันได้” หากเจ้าของใส่ใจดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ

เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการแปรงฟัน ตรวจสุขภาพช่องปาก และเลือกอาหารสูตรที่ช่วยลดคราบหินปูน
อย่าง Canagan Dental ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยดูแลช่องปากสุนัขจากภายใน
เพราะ “สุขภาพช่องปากดี = ร่างกายแข็งแรง = อายุยืนอย่างมีความสุข” 🐶✨


📚 แหล่งอ้างอิง (References)

  1. Harvey, C. E. (2015). Periodontal disease in dogs: Clinical findings and treatment. Journal of Veterinary Dentistry, 32(4), 203–210.

  2. Gawor, J., et al. (2018). Influence of oral health on systemic health in dogs and cats. Journal of Veterinary Internal Medicine, 32(2), 764–771.

  3. VOHC (2021). Veterinary Oral Health Council Accepted Products List.

  4. Niemiec, B. A. (2008). Periodontal therapy in dogs and cats. Topics in Companion Animal Medicine, 23(2), 72–80.


บริษัท เฌอริช เพ็ท จำกัด

18/61 ซอยอ่อนนุช 80 แยก 5 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 10250 


+66 91 989 7899      l    info@cherishpet.co.th

Term and Condition

Copyright ® 2019 ketshopweb.com